สูตรการทำ ลาบปลาดุก ง่ายๆ แต่ได้ประโยชน์

อีกหนึ่งเมนูแซบๆสไสล์อีสานบ้านเฮาวันนี้ นั่นก็คือ ลาบปลาดุกย่างนั้นเอง จะแซบๆเหาะขนาดไหน

ลาบเป็ดสูตรอีสาร หลายคนไม่ควรพลาด

ฟังดูแล้วชวนนำลานไหล ความเหมาะสม ทำเป็นกับแก้มก็ดีแต่ให้เพิ่มรสชาติ

อีสารฟู๊ดบล็อก esan food สูตร เมนู และวิธีทำอาหารอีสาน แนะนำร้านอาหารอีสารสุดแซบ

พูดถึงอาหารการกินในเมื่องไทยนั้นๆ มีมากมายหลายอย่างเลยที่เดียว และอาหารเหล่านั้นก็แบ่งออกไปตามพื้นที่ตามภาคต่างๆ

ปลาร้า หรือ ปลาแดก อาหารพื้นบ้านที่อยู่คู่ครัวคนอีกสารตลอดมา

ปลาร้าหรือปลาแดก หรือ ปลาแดก ปลาน้อย ในภาษาอีสาน เป็นอาหารท้องถิ่นภาคอีสานของไทย มักจะทำจากปลาน้ำจืดมีทั้งปลาขนาดเล็กและปลาขนาดใหญ่

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลาบ ยำ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลาบ ยำ แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2557

หมูต้มใบมะขาม

สำหรับช่วงหน้าแล้งที่มะนาวนั้นแพงแสนแพง ก็ต้องหาวัตถุดิบอื่นๆ ที่มีรสชาติความเปรี้ยวมาทดแทนมะนาว เพื่อช่วยลดต้นทุนในการทำอาหาร ซึ่ง “ครัววันหยุด” ในครั้งนี้ก็ขอเสนอ “ใบมะขามอ่อน” หรือ “ยอดมะขาม” ที่มีรสชาติเปรี้ยวอยู่แล้วตามธรรมชาติ แถมยังมีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อนๆ โดยคนสมัยก่อนก็ได้ใช้ใบมะขามอ่อนนี้มาปรุงเป็นอาหารกันมาเนิ่นนานแล้ว
      
และสำหรับครัววันหยุดในครั้งนี้ เมื่อได้วัตถุดิบอย่างใบมะขามอ่อนมาแล้ว จึงขอเสนอเป็นเมนู “หมูต้มใบมะขาม” เมนูทำง่ายๆ รสชาติอร่อย กินกันได้ทั้งครอบครัว
      
ส่วนผสม
  1. ซี่โครงอ่อน 300 กรัม
  2. น้ำเปล่า 5 ถ้วย
  3. ใบมะขามอ่อน 1 ถ้วย
  4. มะเขือเทศท้อ 1 ลูก
  5. หอมแดง 3 หัวโตๆ
  6. พริกขี้หนูสวนสีเขียวแดงปนกัน 15 เม็ด
  7. น้ำตาลปี๊บ 1/4 ชช.
  8. เกลือป่น 1 ชช.
  9. น้ำปลา 2 ชต.
  10. น้ำมะนาว 1 - 1.5 ชต.      
วิธีทำ
ก่อนอื่นมาดูซี่โครงหมูกันก่อนนะครับ  คือปกติซี่โครงหมูหรือกระดูกหมูเนี่ย มันก็จะมีประมาณ  3 - 4 แบบ  แบบแรกที่บ้านพิมเรียกกระดูกเก๊  ก็จะเป็นกระดูกที่เค้าเอามาต้มน้ำซุปครับ  แต่ภาษาตามเขียงหมูนี่พิมไม่แน่ใจว่าเค้าเรียกว่าอะไรนะครับ  ราคาตอนนี้ประมาณกิโลละ 60-65  ต่อมาก็เป็นซี่โครงธรรมดาครับ  ที่มีกระดูกเยอะ เนื้อน้อยหน่อย ราคาใกล้เคียงกับเนื้อหมูคือประมาณโลละ 130-140  บาท  ต่อมาก็เป็นซี่โครงอ่อนที่มีหน้าตาประมาณในภาพด้านล่างนี้อ่ะครับ  จะเป็นซี่โครงที่กระดูกไม่แข็งมากและมีเนื้อเยอะ ราคาจะสูงกว่าเนื้อหมู/ซี่โครงธรรมดานิดหน่อย  อย่างที่พิมซื้อมาวันนี้ก็โลละ 170 บาทครับ  และอีกอย่างคือซี่โครงส่วนที่เค้าเรียกว่าใบพาย  ซึ่งพิมมักเรียกติดปากว่ากระดูกแก้ว  จะราคาประมาณเดียวกับซี่โครงอ่อนหรืออาจจะสูงกว่านิดหน่อยครับ



สำหรับซี่โครงหมูที่พิมเลือกมาใช้ในวันนี้  (จริง ๆ ไม่ใช่เลือกหรอกครับ ไฟล์ทบังคับต่างหาก เพราะมีอยู่แล้ว หุหุ)  ก็จะเป็นซี่โครงส่วนที่เรียกว่า "ซี่โครงอ่อน" ครับ   ก็นำมาสับไว้เป็นชิ้นใหญ่หน่อยนะครับ   ประมาณสัก 1.5 * 1.5 นิ้ว หรืออาจจะกว้างยาวกว่านี้เล็กน้อยก็ได้ ไม่มีปัญหา  สับเสร็จก็นำมาล้างน้ำให้สะอาด แล้วก็ใส่ตะกร้าโปร่งพักไว้ให้แห้งครับ 

ต่อมาก็เป็นพระเอกของเราในวันนี้นะครับ  (หรือจะนางเอกดีน้อออ) นั่นก็คือ ใบมะขามอ่อน    ทำการล้างน้ำเอาเศษฝุ่นเศษผงออก แล้วก็ใส่ตะกร้าพักไว้ให้สะเด็ดน้ำเช่นกันครับ

หอมแดง  ก็ปอกเปลือก ล้างน้ำ ซับด้วยผ้าให้แห้ง ทุบพอแตก

ส่วนพริกขี้หนูสวนก็ล้างน้ำ เด็ดขั้วออกแล้วทุบพอแตก / มะเขือเทศก็ผ่าเป็น  4 ส่วน หรือ 6 ส่วน ตามขนาดลูกนะครับ   (อันนี้ไม่มีภาพนะครับ ลืมถ่ายมาก ^^")

เมื่อเตรียมเครื่องเสร็จ ก็มาลงมือทำกันเลยดีกว่าครับ แบบว่าเริ่มหิวแล้วเน๊าะ ก็เอาน้ำเปล่าที่เตรียมไว้ใส่ในหม้อใบย่อม ๆ นะครับ  เอาหม้อตั้งเตาเปิดไฟกลาง พอน้ำเดือดจัดก็ใส่ซี่โครงอ่อนลงไป

สักพักจะเห็นว่ามีฟองขาว ๆ ลอยอยู่บริเวณผิวน้ำเต็มไปหมด  เราก็ค่อย ๆ เอาทัพพีช้อนฟองขาว ๆ นั้นออกนะครับ 

พอช้อนหมดหรือให้เหลือน้อยที่สุด ก็หรี่ไฟลงเป็นไฟอ่อน  ให้แค่น้ำเดือดปุดๆ   ปิดฝาหม้อ  แล้วเคี่ยวกระดูกหมูไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเปื่อยนุ่มตามต้องการ    ซึ่งพิมก็เคี่ยวไปประมาณ 40 นาทีนะครับ

พอครบ 40 นาที  ก็เปิดฝาหม้อ ใส่หอมแดง  น้ำตาล น้ำปลา และก็เกลือป่นลงไปครับ  ต้มต่อประมาณ 5 นาที

ก็เปิดฝาหม้อออกมา ใส่มะเขือเทศและใบมะขามอ่อน  ลงไป  ปิดฝาหม้ออีกครั้ง ตั้งให้เดือดอีกครั้งนึง ก็ปิดไฟเตาได้เลยครับ

แล้วก็ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว กับพริกขี้หนูสวน   แล้วชิมรสให้ออกเปรี้ยวนำ เผ็ดตามนิดๆ  เค็มตามชอบ  หากขาดรสไหนไปก็เติมเพิ่มเอานะครับ   เพราะว่าปริมาณน้ำซุปที่เหลือในหม้อหลังจากซี่โครงหมูเปื่อยแล้วของพิมกับเพื่อนๆ อาจจะไม่เท่ากัน  ดังนั้นรสชาติเมื่อปรุงตามสูตรอาจจะแตกต่างกันเล็กน้อยครับ

สุดท้ายก็ตักใส่ชามเสริฟแบบร้อน ๆ  แค่นี้เราก็จะได้  "ซี่โครงหมูต้มใบมะขามอ่อน"  ที่เมื่อแค่ได้ชิมสักคำสองคำก็อาจจะหยุดทานไม่ได้ล่ะครับ

ซึ่งในปีนี้เนี่ยอากาศเมืองไทยค่อนข้างหนาว (แต่คาดว่าเมืองอื่นน่าจะหนาวกว่าเยอะเน๊าะ )  หากเพื่อนๆ อยากซดอะไรที่ร้อน ๆ เปรี้ยวนิด ๆ เผ็ดหน่อย ๆ ซดแล้วให้ความรู้สึกสดชื่น และหาใบมะขามอ่อนได้ พิมก็ขอแนะนำเมนูนี้เลยครับ 

และสำหรับเพื่อน ๆ ที่ไม่ทานหมู ไม่ชอบทานหมู อาจจะเปลี่ยนเป็นไก่ธรรมดา ไก่บ้าน หรือว่าปลา เช่น ปลาจีน  ปลากะพง  ปลาหมอ  ปลานิลแทนก็ได้นะครับ    อร่อยได้เหมือนกัน  แต่หากเป็นปลา พิมมักจะลวกน้ำครั้งนึง เพื่อล้างคาวออกก่อนแล้วค่อยนำมาต้มอ่ะครับ

นอกจากความอร่อยแล้ว  ใบมะขามอ่อนก็ยังมีสรรพคุณช่วยในเรื่องของการขับถ่าย ขับลม เป็นยาระบายอีกด้วย. ดังนั้นทานเมนูนี้ มีแต่ประโยชน์ซะเป็นส่วนใหญ่นะครับ  ยังไงก็ไปลองทำทานกันดูครับ     

วันพฤหัสบดีที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2557

ยำก้านคะน้าคอหมูย่าง พอกะเทิน

สำหรับคนที่มีแผนจะจัดปาร์ตี้กับเพื่อนฝูงในเวลาอันใกล้นี้ผมก็มีเมนูกับแกล้มรสชาติจี๊ดจ๊าดมานำเสนอ เมนูนี้มีชื่อว่า “ยำก้านคะน้าคอหมูย่าง” เป็นเมนูที่ผสมผสานความสดกรอบของก้านคะน้า มารวมกับความนุ่มกลมกล่อมของคอหมูที่ย่างมาสุกกำลังดี คลุกเคล้ากับน้ำยำรสแซ่บ กินแล้วอร่อยเพลินลืมอิ่มเลยทีเดียว
     
ส่วนผสมมีดังนี้
      - ก้านคะน้า 300 กรัม
      - คอหมูย่าง 200 กรัม
      - พริกขี้หนูซอย 4-5 เม็ด
      - กระเทียมซอย (กระเทียมจีน) 7-8 กลีบ
      - น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
      - น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
      - น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ

ขั้นตอนปรุงอาหาร
ในขั้นตอนการเตรียมผักและคอหมูสำหรับเมนูนี้ ขอเน้นนะครับให้ทำความสะอาดก่อน ซึ่งตัวผมเองแล้วเมื่อทำอาหารทุกครั้งเรื่องนี้จะคำนึงถึงเป็นอันดับแรกเลย มาเริ่มกันเลยเครับสำหรับ ยำก้านคะน้าคอหมูย่าง

      1. เริ่มทำโดยการเตรียมคอหมูย่างก่อน ใช้เนื้อหมูส่วนคอ 200 กรัม นำมาหมักกับน้ำตาลทรายประมาณ 1 ช้อนชา น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ และซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ หมักทิ้งไว้ 1/2-1 ชั่วโมง แล้วนำไปย่างให้สุก หรือหากไม่มีเวลา สามารถซื้อคอหมูย่างตามร้านส้มตำมาใช้ได้เลย
     
      2. ส่วนก้านคะน้า ให้เลือกซื้อคะน้าต้นอวบๆ ใบแข็งๆ มา จากนั้นหั่นเอาเฉพาะส่วนที่เป็นก้าน ปอกเปลือกสีเขียวด้านนอกออกให้เหลือแต่เนื้อสีขาวด้านใน แล้วหั่นเป็นชิ้นพอคำ ล้างน้ำให้สะอาด
     
       3. ขั้นตอนการทำเริ่มจากลวกก้านคะน้าในน้ำเดือดที่ใส่เกลือลงไปเล็กน้อย พอก้านคะน้าสุกดีแล้วให้ตักขึ้นแช่ลงในน้ำเย็นที่ใส่น้ำแข็งเพื่อหยุดความสุกของก้านคะน้า จะทำให้ก้านคะน้ากรอบและไม่ขม แช่ไว้สักพักแล้วตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำ
     
      4. จากนั้นหันมาปรุงน้ำยำโดยใส่น้ำตาลทราย น้ำปลา และน้ำมะนาว คนผสมกันจนน้ำตาลละลาย แล้วใส่พริกขี้หนูและกระเทียมซอยลงไป ใส่คอหมูย่างที่หั่นเป็นชิ้นพอคำไว้แล้ว ใส่ก้านคะน้าลวกสุกตามลงไป คลุกเคล้าเครื่องทั้งหมดให้เข้ากันจนทั่ว ก็สามารถตักใส่จานเสิร์ฟได้เลย

เรียบร้อยครับ เมนูน่ากินเชียว
ขอบคุณ ข้อมูลดีจาก Manager Online

วันพุธที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2557

หมูมะนาว คะน้ากรอบ นำจิ่มซีฟู๊ดสุดแซบ

สำหรับวันนี้เป็นเมนูที่ผมชอบและทำกินบ่อยๆ  เมนูหมูมะนาวหรืออีกชื่อหนึ่งอาจจะเรียกหมูสะดุ้งก็ได้ เพราะตอนลวก ลวกแค่หมูสะดุ้งจริงๆ ครับ มื้อนี้แค่หมูมะนาวจานเดียวกับผักสดเครื่องเคียงอีกจาน ก็อิ่มแปร้จนถึงเย็นแล้วครับ ขอบอกว่าแตงกวาปอกแช่เย็นกับก้านครับน้าอวบๆ ปอกแล้วแช่น้ำแข็ง หมูมะนาวคำก้านครับน้ากรอบๆ เย็นๆ คำนึง อร่อยสุดๆ ไปเลยครับ

เครื่องปรุงหมูมะนาว

1. หมูสันนอก 300 กรัม
2. พริกขี้หนูสวน 15 เม็ด
3. กระเทียมปอกเปลือก 10 กลีบ
4. กระเทียมโทนดอง 3 หัว
5. น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
6. น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
7. น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
8. น้ำเปล่า 2 ถ้วย
9. ยอดคะน้า ผักสด




วิธีทำหมูมะนาว

- ล้างเนื้อหมูหั่นเป็นชิ้นบางๆ ขนาดพอคำพักไว้
- โขลกพริกชี้ฟ้า พริกขี้หนูสวน กระเทียมและกระเทียมโทนดองให้ละเอียด ปรุงรสด้วย น้ำปลา น้ำตาลและน้ำมะนาว ชิมรสตามชอบ เตรียมไว้ เพิ่มกระเทียมหัวใหญ่ซอยบาง ๆ ลงไป จะมีรสหวานนิด ๆ
- น้ำเปล่าใส่หม้อยกขึ้นตั้งไฟ พอน้ำเดือดจัดใส่หมูลงไปลวก ลวกเอาแค่หมูสะดุ้ง เพราะหมูบางอยู่แล้วแป๊บเดียวก็เป็นอันใช้ได้
- ตักเนื้อหมูขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ เสร็จแล้วจัดหมูใส่จาน ราดด้วยน้ำราดที่เตรียมไว้ ยกเสิร์ฟพร้อมกับผักสดตามชอบ หรือก้านครับน้าแช่น้ำแข็งก็อร่อยครับ
- ที่สำคัญการหมูมะนาว ในขั้นตอนการลอกหมู ควรทำเป็นขั้นตอนสุดท้าย กอนยกออมาตั้งโต๊ะจะได้รสที่แซบแบบสดๆ

วันอังคารที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2557

ลาบหมูสุดแซบๆ

"ลาบหมู" เป็นอีกหนึ่งเมนูนึงที่ผมเชื่อฝีมือตัวเองว่าทำอร่อยครับ เหตุผลก็เพราะว่ามีช่วงนึงเมื่อหลายปีก่อน แม่ผมเค้าขายกับข้าวที่ตลาดแถวบ้าน แล้วหนึ่งในกับข้าวที่แม่ผมเค้าทำขายทู๊กกกวันที่ขายก็คือลาบหมู ไม่ก็น้ำตกคอหมูย่างอ่ะครับ   ซึ่งแรก ๆ แม่ผมเค้าก็ลงมือทำเองทุกอย่างตั้งแต่รวนหมู ต้มเครื่องใน  (ที่ทำขายใส่ตับ ไส้อ่อน หนังหมูด้วย)  คั่วข้าว  รวมถึงปรุงรส  ผมเองจะช่วยแค่เรื่องหั่นผัก คั้นน้ำมะนาวเท่านั้น แต่ไม่รู้ทำไปทำมาอีท่าไหน  ไปๆ มาๆ ผ่านชั่วเวลาสัก 2 เดือนกว่า กลายเป็นผมเองที่ทำหมดทุกอย่างครับ  ตั้งแต่เตรียมเครื่อง ไปจนกระทั่งถึงปรุงรสลาบ ทำไปทำมาอยู่อย่างนี้ทุกวันอาทิตย์เป็นเดือนเป็นปี ก็เลยเกิดความชำนาญประมาณนึง จนคิดว่าตัวเองทำลาบได้อร่อยพอควรครับ

เมนูอาหารยอดนิยมเมนูหนึ่งของคนไทยคิดว่าทุกคนต้องรู้จักเป็นอย่างแน่นอนนั้นก็คือสูตรอาหาร สูตรลาบหมู ที่เป็นที่ชื่นชอบและเป็นอาหารยอดนิยมของทุกคนๆ ลาบ นั้นเป็นอาหารท้องถิ่นทางภาคอีสาน (รวมไปถึงประเทศลาว) และทางภาคเหนือของประเทศไทยเรา โดยวิธีการทำนั้นจะนำเนื้อมาสับให้ละเอียดแล้วคลุกกับเครื่องปรุงต่างๆ โดยเนื้อที่จะมาทำลาบนั้นมีหลายชนิดด้วย เช่น เนื้อวัว เนื้อไก่ เนื้อเป็ด เนื้อปลา เนื้อควาย เป็นต้น

ส่วนผสมวัตถุดิบและเครื่องปรุง สูตรอาหาร สูตรลาบหมู

   1. เนื้อหมูส่วนสันในสับ 2 ถ้วย
   2. หอมแดงซอย 2 ช้อนโต๊ะ
   3. น้ำมะนาว 6 ช้อนโต๊ะ
   4. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
   5. ต้นหอมหั่นท่อนสั้น 2 ช้อนโต๊ะ
   6. ตับหมูต้มหรือนึ่งสุกหั่นชิ้นบาง 100 กรัม
   7. พริกขี้หนูแห้งคั่วป่น 1/2 ช้อนชา
   8. พริกขี้หนูแห่งทอด 4 เม็ด
   9. ข้าวคั่วป่นหรือขนมปังอบป่น 2 ช้อนโต๊ะ
   10. ใบสะระแหน่ 1/2 ถ้วย
   11. ผักชีหั่น 1 ช้อนโต๊ะ
   12. ผักกาขาวสำหรับรองถ้วย
   13. ผักสด ผักชี ผักการขาว แตงกวา กะหล่ำปลี ต้นหอม ถั่วฝักยาว

วิธีและขั้นตอนในการทำ สูตอาหาร สูตรลาบหมู

   1. ขั้นตอนแรกให้ขยำหมูสับผสมกับมะนาว 4 ช้อนโต๊ะในชามที่เตรียมไว้ให้เข้ากันอย่างดี แล้วต่อไปจึงบีบเอาน้ำออกใส่ลงถ้วย จากนั้นให้เทน้ำหมูที่บีบใส่ลงในกระทะที่ได้เตรียมไว้จากนั้นให้ตั้งไฟกลางพอเดือด ตามด้วยใส่หมูสับแล้วผัดรวนพอสุกเสร็จจึงปิดไฟตักใส่ลงในอ่างผสมแล้วใส่ตับหมู ตามด้วยหอมแดง (แบ่งไว้โรยหน้าเล็กน้อย) คลุกเคล้าพอทั่ว
   2. ขั้นตอนที่สองปรุงรสด้วยน้ำมะนาวที่เหลือไว้จากขั้นตอนแรก ใส่พริกป่น ใส่น้ำปลา ใส่ขนมปังป่นหรือข้าวคั่ว แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน ตามด้วยใส่ใบสะระแหน่และต้นหอมผักชี คลุกเคล้าพอทั่ว
   3. ขั้นตอนสุดท้ายตักใส่ถ้วยที่เตรียมไว้แล้วรองด้วยผักกาดขาว แต่งด้วยโรยหอมแดงซอยที่แบ่งไว้ตอนแรก และพริกขี้หนูแห้งทอด วางผักสดชนิดต่างๆ



เสร็จเรียบร้อยพร้อมเสิร์ฟเป็นอย่างไรกันบ้างครับกับเมนูและอาหารยอดนิยมของคนไทยเรานั้นเอง หวังว่าคงถูกใจกันทุกคนนะครับกับ สูตรอาหาร สูตรลาบหมู เรามาดูเกล็ดความรู้ของเมนูนี้กัน ลาบอีสาน นั้นจัดเป็นลักษณะอาหารประเภทยำ ปรุงแต่งรสชาติด้วย มะนาว น้ำปลา และโรยด้วย ข้าวคั่ว (พริกผง) ใบสระแหน่ ใบมะกรูด ใบหอม

ลาบ ในอดีตทำด้วยเนื้อสัตว์ใหญ่ โดยเฉพาะ วัว และควาย ที่เป็นสัตว์สำคัญ ซึ่งโดยปกติแล้ว คนเมือง มักจะกินข้าว น้ำพริก ปลา และผักเป็นประจำทุกวัน แต่ไม่ได้กินเนื้อควาย เนื้อวัว หรือเนื้อหมูบ่อยๆ ด้วยเหตุนี้การกินลาบแต่ละครั้งจึงถือว่าเป็น "มื้อพิเศษ" หรือโอกาสพิเศษนั้นเอง

อีกทั้ง ลาบ ยังเป็นอาหารที่มีผักนานาชนิด และเครื่องเทศมากมาย เมื่อรับประทานแล้วจึงก่อให้เกิดประโยชน์แก่ร่างกายหลายๆด้าน "ลาบดิบ" ใช้เนื้อดิบๆ และเลือดสดๆ มาทำดังนั้นคนเมืองเพศชายจึงถือว่า ลาบดิบ เป็นอาหารแห่งศักดิ์ศรีของพวกเขา แถมทั้งในการทำ ลาบ มีกระบวนการทำหลายขั้นตอน ใช้เวลานาน ค่อนข้างจะยุ่งยาก ส่งผลให้คนจำนวนมากเข้ามาร่วมด้วยช่วยกันทำ กลายเป็นกิจกรรมอย่างหนึ่งไปในตัว กับข้อมูลดีๆเกี่ยวกับลาบที่เราทุกคนชอบกินกัน บทความหน้าเราจะหาสูตรอาหารดีๆมาแนะนำกันอีกนะครับสำหรับวันนี้สวัสดีครับ

วันจันทร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2557

ลาบปลาดุก

ลาบปลาดุกย่าง เป็นตาแซบมาแล้วเด้อจ้า... อีกหนึ่งเมนูแซบๆสไสล์อีสานบ้านเฮาวันนี้ นั่นก็คือ ลาบปลาดุกย่างนั้นเอง จะแซบๆเหาะขนาดไหน ต้องมาติดตามกันครับ  ก่อนอื่นไปดูส่วนผสมกันก่อน



เครื่องปรุง
1. ปลาดุกอุยหนักประมาณ 300 กรัม 1 ตัว
2. ข้าวคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ (30 กรัม)
3. พริกป่น 1 ช้อนโต๊ะ (15 กรัม)
4. ข่าโขลกละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ (15 กรัม)
5. ใบมะกรูดหั่นฝอย 2 ช้อนชา (15 กรัม)
6. ต้นหอมซอย 2 ช้อนชา (15 กรัม)
7. หอมแดงฝอย 2 ต้น (10 กรัม)
8. ใบสะระแหน่ 1 ช้อนโต๊ะ (15 กรัม)
9. น้ำมะนาว ½ ถ้วย (50 กรัม)
10. น้ำปลา 2-3 ช้อนโต๊ะ (30 กรัม)
11. ผักสด กะหล่ำปลี ถั่วฝักยาว ใบโหระพา


 วิธีทำ
1. ล้างปลาดุกให้สะอาด ขูดเมือกบนผิวออก นำไปย่างไฟพอสุก แกะเอาแต่เนื้อ สับหยาบๆ
2. ปลาดุกย่างจากตลาด พร้อม นำไปเข้าไมโครเวฟสัก  1 -2 นาที นะครับ แล้วพักไว้ให้เย็น
3. ระหว่างรอ แกะหอมแดงรอ แล้วนำไปล้างทำความสะอาดรวมถึง ต้นหอม สาระแหน่  ใบมะกรูด นำมาล้างให้สะอาดครับ
4. เมื่อปลาเย็นแล้วจึงแกะเนื้อปลาออกจากก้าง  แล้วนำไปลาบๆให้พอหยาบๆ
5. ทำการซอย ต้นหอม  สาระแหน่ ใบมะกรูด ไว้รอ อ่อใบมะกรูดซอยเป็นฝอยๆนะครับ
6. จากนั้นเราจะมาปรุงรสกันครับ นำน้ำปลา น้ำมะนาวลงไปในหม้อคลุก  พริกป่น ละลายให้เข้ากัน  จัดข้าวคั่วลงไป จากนั้นนำเนื้อปลามาคลุกเคล้า ปรุงรสด้วย ผงปรุงรสอีกนิด  โรยด้วย หมอแดง และสาระแหน่ ต้นหมอ ใบมะกรูดซอย จากนั้นคลุกเคล้าให้เข้ากัน
เป็นอันเสร็จเรียบร้อยครับ  ตักเตรียมเสริ์ฟได้เลยจ้าาาา...

ได้แล้วนะครับเมนูสุดแสนแซบๆ "ลาบปลาดุกย่าง" แซปสะใจสไตล์อีสานบ้านเฮา ...พร้อมแล้วข้าวเหนียว พร้อมแล้วคนทาน จะรอช้าอยู่ใย ไปปั้นข้าวเนียวแซปกันดีกว่า ลากันไปก่อนนะครับบ๊ายบ่าย

ประโยชน์ทางอาหาร
ลาบปลาดุก มีรสจัด เปรี้ยว เผ็ด เค็ม ช่วยให้เจริญอาหาร ขับลม ช่วยย่อยอาหาร เนื่องจากส่วนประกอบแต่งด้วยสมุนไพรหลากหลายชนิด คุณค่าทางโภชนา ลาบปลาดุก 1 ชุด ให้พลังงานต่อร่างกาย 553 กิโลแคลอรี ประกอบด้วย
- น้ำ 504.16 กรัม
- โปรตีน 74 กรัม
- ไขมัน 9.3 กรัม
- คาร์โบไฮเดรต 44 กรัม
- กาก 7.36 กรัม
- ใยอาหาร 0.9 กรัม
- แคลเซียม 565.3 มิลลิกรัม
- ฟอสฟอรัส 408.05 มิลลิกรัม
- เหล็ก 25 มิลลิกรัม
- เบต้า-แคโรทีน 240.3 ไมโครกรัม
- วิตามินเอ 20069.55 1 IU
- วิตามินบีหนึ่ง 28.66 มิลลิกรัม
- วิตามินบีสอง 0.9 มิลลิกรัม
- ไนอาซิน 5.02 มิลลิกรัม
- วิตามินซี 65.5 มิลลิกรัม


สรรพคุณทางยา
1. ข้าวสาร รสมันหอมหวาน บำรุงร่างกาย แก้ตาฟาง แก้เหน็บชา แช่น้ำ ตำเป็นแป้งพอก แก้บวม แก้ปวด
2. พริกขี้หนู รสเผ็ดร้อน ช่วยเจริญอาหาร ขับลม ช่วยย่อย
3. ข่า รสเผ็ดปร่าร้อน ช่วยขับลม ขับพิษโลหิตในมดลูก ขับลมในลำไส้
4. ใบมะกรูด รสปร่ากลิ่นหอมติดร้อน ใช้ปรุงอาหาร ช่วยดับกลิ่นคาว แก้โรคลักปิดลักเปิด ขับลมในลำไส้ ขับระดู แก้ลมจุกเสียด
5. หอมแดง รสเผ็ดร้อน แก้ไข้เพื่อเสมหะ บำรุงธาตุ แก้ไข้หวัด
6. สะระแหน่
- ใบ/ยอดอ่อน รสหอมร้อน ขับเหงื่อ แก้ปวดท้อง ขับลม แก้จุกเสียดแน่นเฟ้อ
7. มะนาว เปลือกผลรสขม ช่วยขับลม น้ำในลูก รสเปรี้ยว แก้เสมหะ แก้ไอ แก้เลือดออกตามไรฟัน ฟอกโลหิต
8. กะหล่ำปลี รสจืดเย็น กระตุ้นการทำงานของกระเพาะลำไส้ บำรุงธาตุไฟ
9. ถั่วฝักยาว รสมันหวาน มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ช่วยกระตุ้นการทำงานของกระเพาะลำไส้ บำรุงธาตุดิน
10. โหระพา ใบรสเผ็ดปร่าหอม แก้ท้องขึ้นอืดเฟ้อ แก้ลมวิงเวียน ช่วยย่อยอาหาร ขับลมในลำไส้ ขับเสมหะ

วันจันทร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2557

ลาบเป็ด สูตรอีสาน

      มาดูกันเลยในสูตรอาหารอีสารจานแรกที่เอามาฝากกันมันคือ ลาบเป็ดฟังดูแล้วชวนนำลานไหล ความเหมาะสม ทำเป็นกับแก้มก็ดีแต่ให้เพิ่มรสชาติเปลี่ยมเผ็ด รับลองไม่ผิดหวังหรือจะทำกินกับข้าวเหนี่ยวข้าวสวยร้อนๆ รับรองวางไม่ลง

เครื่องปรุงสำหรับการทำชุดลาบเป็ด
ข่า / ตะไคร้ / ใบมะกรูด / พริกป่น / ข้าวคั่ว / มะนาว / หอมต้น / หอมแดง / กระเทียม / ผักชี / ผักชีฝรั่ง / สะระแหน่ /มะเขือขื่น หรือมะเขือเปราะ / หัวปลี / น้ำปลา/ปลาร้า /
นอกจากนี้ยังต้องมีผักแนม อื่นๆ ที่ใช้กินกับลาบ เช่น ยอดผักพื้นเมืองต่างๆ แตงกวา ถั่ว ฝักยาว ผักสดพื้นเมืองต่างๆ เช่น เพี้ยฟาน มะตูมแขก ผักติ้ว ผักเม็ก ยอดมะกอก  ฯลฯ



ขั้นตอนการเตรียมลาบเป็ด
ในแต่ละขั้นตอนสามารถแบ่งงานกันช่วยทำขนานกันไปได้ โดยอาจจะแบ่งเป็นผัก และ เนื้อ ก็ได้ และแต่ละก็สามารถแบ่ง เป็นย่อยๆ ก็ได้
การเตรียมผัก : อาจแบ่งเป็นย่อยๆ ดังนี้
    - เริ่มต้นด้วยการช่วยกันล้างผักทั้งหมด จัดใส่กระจาดไว้
    - แกะ/ปอกเปลือก หอมแดง กระเทียม
    - ซอยตะไคร้ ใบมะกรูด ต้นหอม ผักชี โดยเฉพาะ การซอยตะไคร้และใบมะกรูดนี้ จะให้ละเอียดเป็นเส้นฝอยให้มากที่สุด แบ่งไว้ 2 ส่วน คือ สำหรับผัด และคลุกยำ ส่วน ต้นหอม ผักชี และ ผักชีฝรั่ง ให้แบ่งกลุ่มซอยออกเป็น 2  ลักษณะ คือ แบบสั้นประมาณไม่เกิน ½ เซนติเมตร สำหรับใส่ลาบ และยาว ประมาณ ไม่เกิน1-2 เซนติเมตร สำหรับใส่ต้มแซบ
    - และเมื่อแกะ/ปอกเปลือก หอม กระเทียมเรียบร้อยแล้ว ให้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกให้ซอยไว้สำหรับ ทำลาบ อีกส่วนแยกบุบไว้พอแตก หรืออาจจะใส่ทั้งเม็ดก็ได้ ไว้สำหรับทำต้ม
    - เผา มะเขือแ ละหัวปลี ให้สุก โดยการเผามะเขืออาจทำได้โดยนำไปเสียบไม้แล้วย่างเหมือนลูกชินปิ้ง หรือนำไปยัดใต้เตาถ่านก็ได้ จากนำหัวปลีมาและมะเขือเผามาปอกเปลือกและสับให้ละเอียด ทั้งนี้ ถ้าต้องการความสดหวานของหัวปลี อาจจะนำหัวปลีดิบมาสับไว้เลยโดยไม่ต้องเผาก็ได้
    - นำข่ามาหั่นและโขลกตำให้ละเอียด

การเตรียมเนื้อ  : อาจแบ่งเป็นย่อยๆ ดังนี้
    - แยกเลาะเนื้ออก และน่องสะโพก หนัง/เครื่องใน เนื้อติดกระดูก ออกเป็นส่วนๆ
    - ช่วยกันสับเนื้อที่แยกออกมาให้ละเอียด หลังจากที่เนื้อได้สับจนใกล้ละเอียดแล้ว ให้นำข่าที่ตำไว้ กับมะเขือและหัวปลีที่สับไว้แล้วมาคลุกแล้วสับต่อจนละเอียด
    - ซอย/หั่น หนัง เครื่องใน ออกเป็นชิ้นๆให้เป็นเส้นยาวประมาณ ไม่กิน 2-3 เซนติเมตร  ส่วนที่เป็นกึ๋น ให้บั้งเป็นริ้วเสียก่อนแล้วค่อยหั่นจะทำให้ เมื่อนำไปผัดจะมีลักษณะบานออกเหมือนดอกไม้

ขั้นตอนการปรุงลาบเป็ด  :
เมื่อผักและเนื้อเตรียมทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้นำส่วนประกอบแต่ละอย่างมาปรุงร่วมกันดังนี้
    - บีบมะนาวเข้าไปที่เนื้อสับที่เตรียมไว้ คลุกแล้วหมักไว้ประมาณ 5-10 นาที จากนั้นให้คั้นน้ำออก แยกเนื้อที่ค้นออกใส่จานไว้ และแยกน้ำที่คั้นออกใส่ถ้วยไว้ น้ำที่คั้นออกมานี้ เรียกว่า “น้ำออด” ให้แบ่งไว้ 2 ส่วน ส่วนแรกใช้สำหรับปรุงลาบ ส่วนที่สองใช้สำหรับปรุงต้มแซบ
    - นำหนัง  และ เครื่องใน ที่หั่นไว้ มาผัดกับกระเทียมและตะไคร้ซอยที่เตรียมไว้ โดยผัดตะไคร้และกระเทียมให้หอม จากนั้นนำ หนัง และเครื่องในไปผัด เหยาะเกลือเข้าไปเล็กน้อยให้มีรส
    - นำน้ำออดที่แบ่งไว้ส่วนแรกไปเคี่ยวให้เดือดจนเกือบแห้ง แล้วนำเนื้อที่สับไว้ไปรวนให้สุก กรณีที่ต้องการทำลาบดิบให้นำเนื้อที่สับไว้คลุกให้เข้ากันก็พอ
    - เมื่อคลุกเข้ากันแล้ว ให้นำเครื่องในที่ผัดไว้ พร้อมด้วย กระเทียม ตะไคร้ ใบมะกรูดที่ซอยไว้ มาคนให้เข้ากัน ปรุงรสด้วย ข้าวคั่ว พริกป่น น้ำปลา/ปลาร้า มะนาว ให้มีรสชาดเข้มข้น แล้วนำ หอม ผักชี โรยและคลุกให้เข้ากัน
    - ตักใส่จาน แต่งโรยหน้าด้วยสระแหน่ หอมเจียว รับประทานกับข้าวเหนียว แกล้ม ผักพื้นเมือง เช่น เพี้ยฟาน มะตูมแขก ผักติ้ว ผักเม็ก ยอดมะกอก  ฯลฯ
    - ลักษณะการปรุงขั้นตอนสุดท้ายอาจแบ่งออกเป็นอีก 2 ประเภท คือ ลาบขาว และลาบดำ ซึ่งลาบขาวหมายถึงลาบสุกปกติ ลาบดำหมายถึง ลาบสุกหรือลาบดิบที่นำมาผสมกับเลือด ซึ่งคนรุ่นเก่าเชื่อว่าเลือดเป็ดเป็นยาบำรุงหัวใจ แก้ช้ำใน ได้ด้วย

    - การทำลาบดำต้องมีการเตรียมเลือดให้หายคาวและมีรสชาด  โดยใช้ใบตะไคร้และเกลือเล็กน้อย คั้นเข้าด้วยกันเนื่องจากเลือดที่ปล่อยทิ้งไว้จะแข็งตัว ดังนั้น การคั้นเลือดด้วยใบตะไคร้จึงเป็นการทำให้เลือดกลายเป็นน้ำอีกครั้งและกลิ่นคาวเลือดก็จะหายไป จากนั้นนำไปผสมคลุกเคล้าให้เข้ากับลาบที่เตรียมไว้ โรยหน้าด้วยหอมเจียว

จะเห็นว่าการทำลาบเป็ดนั้น ทำให้เราเรียนรู้ว่า เราไม่ได้ทำกับข้าวอย่างเดียว แต่มีศาสตร์และศิลป์ของการจัดการ บริหาร การอยู่ร่วมกัน อีกทั้งยังเป็นการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมอีกด้วย เคยมีคำกล่าวจากคนรุ่นเก่าว่า